1. ทราบหลักการเลือกลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับงานได้
2ทราบหลักการปรับกระแสไฟให้เหมาะสมกับงานได้
3เข้าใจอิทธิพลของการใช้ระยะอาร์ค มุมลวดเชื่อม และความเร็วในการเดินลวดเชื่อมต่อคุณภาพของแนวเชื่อม


1. บอกหลักการเลือกลวดเชื่อมให้เหมาะสมกับงานได้
2. บอกหลักการปรับกระแสไฟให้เหมาะสมกับงานได้
3.อธิบายอิทธิพลของการใช้ระยะอาร์ค มุมลวดเชื่อม และความเร็วในการเดินลวดเชื่อม
ต่อคุณภาพของแนวเชื่อม

องค์ประกอบในการควบคุมแนวเชื่อม

ในการควบคุมคุณภาพแนวเชื่อมให้ได้ประสิทธิภาพที่สมบูรณ์นั้นจะต้องมีการควบคุม องค์ประกอบต่าง ๆ หลายอย่าง แต่ที่สำคัญ และควบคุมได้ง่ายเป็นพื้นฐาน มี 5 ประการ ดังนี้
 1. การเลือกลวดเชื่อมให้ถูกต้อง (CORRECT ELECTRODE)สิ่งที่ต้องพิจารณาในการเลือก
ลวดเชื่อมมีดังนี้
              1. คุณสมบัติของวัสดุจะต้องเหมือน หรือใกล้เคียงกับชิ้นงาน
              2. คุณสมบัติเฉพาะของลวดเชื่อม ลักษณะรอยต่อที่ใช้ ชนิดกระแสไฟที่ใช้
              3. ขนาดลวดเชื่อม

สภาวะการเชื่อมไฟฟ้าด้วยลวดเชื่อมหุ้มฟลักซ์
โลหะชิ้นงาน
ชิ้นลวดเชื่อม
การจำแนกลวดเชื่อม
กระแสไฟ
อลูมิเนียม ผสม
อลูมิเนียม
A1 - 43
DCRP
บอรอนซ์ อลูมิเนียม
อลูมิเนียม บรอนซ์
E CuA1 A2
 
บรอนซ์ ซิลิคอน
(เชื่อมยาก)
   
ทองแดง
ฟอสเฟอร์ บรอนซ
E Cu SnC
DCRP
เหล็กหล่อ
นิเกิลเป็นหลัก
E Ni…
DCRP
เหล็กผสมต่ำ
ไฮโดรเจนต่ำ
E 70xx
DC…
เหล็กคาร์บอนสูง
   
เหล็ก เหล็กอ่อน
หล็กเหนียว
E60 xx
AC or DC.

องค์ประกอบในการควบคุมคุณภาพแนวเชื่อม
ตารางการใช้ลวดเชื่อมเหล็กเหนียว และเหล็กผสมต่ำ
ชนิดลวดเชื่อม
ขนาดลวดเชื่อม
DC แอมป์
AC แอมป์
E 6010
ลวดเชื่อม
กินลึกสูง
3/32 x 12"
1/8 x 14"
5/32 x 14"
3/16 x 14"
40 - 80
70 - 130
110 - 165
140 - 225
-
E 6011
ลวดเชื่อม
กินลึกสูง
3/32 x 12"
1/8 x 14"
5/32 x 14"
3/16 x 14"
50 - 70
75 - 130
120 - 160
150 - 190
50 - 70
75 - 130
120 - 160
150 - 190
E 6013
ลวดเชื่อมกินลึก
ปานกลาง เป็นลวด
ที่ตลาดเมืองไทยใช้
มากที่สุด
3/32 x 12"
1/8 x 14"
5/32 x 14"
3/16 x 14"
1/4 x 18"

50 - 100
80 - 140
120 - 190
160 - 220
280 - 350

50 - 80
80 - 120
120 - 170
190 - 220
280 - 350
7018
ลวดเชื่อมทนแรงดึงสูง
ไฮโดรเจนต่ำ
3/32 x 12 - 14"
1/8 x 14"
5/32 x 14"
3/16 x 14"
1/4 x 18"

80 - 110
90 - 150
110 - 230
150 - 300
300 - 400

80 - 110
90 - 150
110 - 230
150 - 300
300 - 400


2. การปรับกระแสไฟที่เหมาะสม (CORRECT CURRENT)

2.1 ชนิดของกระแสไฟ ขึ้นอยู่กับชนิดของลวดเชื่อมที่ใช้ว่ากำหนดให้ใช้กระแสไฟชนิดใด
ถ้าใช้ผิดประเภท คุณภาพแนวเชื่อมจะไม่ดีเท่าที่ควร เช่น E6010 ให้ใช้ DCRP E6013 ให้ใช้ AC เป็นต้น
2.2 ปริมาณกระแสไฟ ขึ้นอยู่กับขนาดความหนาของชิ้นงาน และขนาดของลวดเชื่อม

ถ้าปรับกระแสสูงเกินไป บ่อหลอมละลายจะกว้าง และควบคุมยาก ถ้าปรับต่ำเกินไป ชิ้นงานอาจ
ไม่หลอมละลายได้

รูปที่ 3.1 เปรียบเทียบผลของการตั้งกระแสไฟเชื่อม

3. การใช้ระยะอาร์คที่เหมาะสม (CORRECT ARC LENGTH)

ระยะอาร์คมีผลต่อคุณภาพของแนวเชื่อม ดังนี้
       3.1 ระยะอาร์คยาว จะทำให้น้ำโลหะหลอมละลายจากลวดเชื่อมลงไปเติมในแนวเชื่อมไม่ เพียงพอ ความร้อนที่เกิดขึ้นจะแผ่กระจายไปบนผิวหน้าชิ้นงานมาก และก๊าซที่ปกคลุมแนวเชื่อมอาจไม่เพียงพอ แนวเชื่อมจะมีลักษณะ กว้าง แบนราบ แนวไม่ สม่ำเสมอ หรือไม่เป็นแนว เม็ดโลหะกระเด็นมาก


       3.2 ระยะอาร์คสั้น จะทำให้ความร้อนจากการอาร์คน้อยเกินไป และลวดเชื่อมจะติดกับชิ้นงานได้ง่ายแนวเชื่อมจะมีลักษณะแคบ นูนสูง การหลอมละลายน้อย ระยะอาร์คที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับ ชนิด ขนาดของลวดเชื่อมที่ใช้ และตำแหน่งท่าเชื่อม



4. การตั้งมุมลวดเชื่อมที่เหมาะสม CORRECT ANGLE OF ELECTRODE) มุมลวดเชื่อมที่

รูปที่ 3.3 แสดงการเรียกชื่อมุมลวดเชื่อมที่กระทำต่อชิ้นงาน
กระทำต่อชิ้นงาน มีอิทธิพลต่อคุณภาพของแนวเชื่อม ตำแหน่งของการเติมโลหะหลอมละลาย
การลอยตัวของสแลค และรูปร่างลักษณะของแนวเชื่อม มุมลวดเชื่อมประกอบด้วยมุมนำ และมุมด้านข้าง
ขนาดมุมที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับลักษณะของรอยต่อ และตำแหน่งท่าเชื่อม


5. ความเร็วในการเดินลวดเชื่อมที่เหมาะสม (CORRECT TRAVEL SPEED)

ในการเดินลวดเชื่อมเร็วเกินไป จะทำให้บ่อหลอมละลาย แคบหรือตื้นเกินไป สารมลทิน
และก๊าซต่าง ๆ จะรวมตัวในแนวเชื่อมได้ง่ายส่วนการเดินช้าเกินไปแนวเชื่อมจะกว้าง นูน
มากเกินไป และความร้อนสะสมในชิ้นงานมาก

รูปที่ 3.4 ผลของการเดินลวดเชื่อมช้าเกินไป
รูปที่ 3.4 ผลของการเดินลวดเชื่อมเร็วเกินไป

แสดงการเริ่มต้นอารร์ค(การเริ่มแนวเชื่อม)